มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดงานเทศกาลฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม “ปล่อยเกิมวิถีโปฮะมอดบ้าง (ลอยเรือสะเดาะเคราะห์)”

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 เวลา 17.00 น. ณ เจดีย์พุทธคยา ชุมชนบ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานเทศกาลฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม “ปล่อยเกิมวิถีโปฮะมอดบ้าง (ลอยเรือสะเดาะเคราะห์)” วิถีถิ่นไทยรามัญ บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจนีย์ สุขชาวนา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการขับเคลื่อน วิทยสถาน “ธัชภูมิ” ดร.ธนภณ วัฒนกุล ที่ปรึกษาการบริหารงานวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้านทุนทางวัฒนธรรมชุมชน ผศ.จรายุทธ ประทีปวรกาญจน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
คุณดำรงรัตน์ สุภาพัฒน์ ปลัดอำเภอรักษาการปลัดอาวุโส อำเภอสังขละบุรี คุณทวีป พัฒนมาศ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา วัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี คุณวิจารณ์ กุลชนะรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลวังกะ และแขกผู้มีเกียรติ ชุมชนท้องถิ่น ให้การต้อนรับและร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานวิจัยระดับพื้นที่ในจังหวัดกาญจนบุรี โครงการวิจัย เรื่อง “การอนุรักษ์และฟื้นวิถีโปฮะมอดบ้างสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี” ตามกรอบการวิจัย “การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการ พัฒนาเชิงพื้นที่โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ” ภายใต้วิทยสถาน “ธัชภูมิ”
เพื่อการพัฒนาพื้นที่ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สังเคราะห์และสร้างกลยุทธ์การ อนุรักษ์การจัดการทุนทางวัฒนธรรมและสำนึกท้องถิ่น ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากผ่านเทศกาล ฟื้นวิถีโปฮะมอดบ้าง (ประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์) บนฐานทุนทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ บ้านวังกะ

จึงได้กำหนดจัดงานเทศกาลฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม “ปล่อยเกิมวิถีโปฮะมอดบ้าง” (ลอยเรือสะเดาะเคราะห์) วิถีไทย รามัญ บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี พ.ศ. 2567 ขึ้นมา ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชน บ้านวังกะในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และการนำมรดก ทางวัฒนธรรมมเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันล้ำค่าสู่การพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
น้ำริน พี่โด่ง : รายงาน
