จากกรณีนางสาวมธุรส คุ้มประสิทธิ์ และชาวบ้านหมู่บ้านของครัวภักดี ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากการถมดินของพื้นที่ข้างเคียง โดยจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายอำเภอเมืองกาญจนบุรีประสานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ดำเนินการแก้ไขปัญหานั้น
โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอเมืองกาญจนบุรีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องและประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ณ เทศบาลตำบลลาดหญ้า
ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับนายธนณัฐฏ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี โยธาธิการและผังเมือง นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร้องเรียนเรื่องการถมดิน หลังจากที่มีการประชุมหารือใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงเต็มก่อนเปิดชี้แจงให้ผู้ร้องทุกข์และสื่อมวลชนรับทราบ
ซึ่งขอยุติการประชุมหารือที่ประชุมได้มีมติประเด็นแรกการถมดิน : พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 พื้นที่ร้องเรียนมีการถมดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยไม่มีการขออนุญาต เมื่อเทศบาล ตำบลลาดหญ้าทราบเรื่องได้สั่งให้หยุดการถมดินเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อมามีการขออนุญาตและอนุญาตให้ถมดิน ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2563 – 24 กุมภาพันธ์ 2564 จากการหารือได้มอบหมายเทศบาลตำบลลาดหญ้าตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
พบมีความผิดจริงจึงมอบหมายให้เทศบาลตำบลลาดหญ้าในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นเปรียบเทียบปรับมาตรา 42 ตาม พ.ร.บ.ถมดินและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหากพิสูจน์การขอต่อใบอนุญาตที่สิ้นสุดลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 64 และยังมีการดำเนินการถมดินต่อไป ซึ่งมีความผิดให้ดำเนินการอำนาจตามหน้าที่
ส่วนประเด็นที่สองการ การก่อสร้างกำแพงกันดินและรั้ว : พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ในส่วนของรั้ว มีการขออนุญาตก่อสร้าง แต่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้ตรวจสอบแล้วการก่อสร้างรั้วไม่เป็นไปตามแบบแปลน จึงมอบหมายให้เทศบาลตำบลลาดหญ้าสั่งรื้อรั้วตามกฎกระทรวงข้อ 16 มาตราการป้องกัน
โดยการสร้างกำแพงกันดินฐานรั้วต้องอยู่ห่างจากแนวเขตเท่ากับความสูงของกำแพงและเจ้าของที่ดินต้องขุดดินออกจากแนวรั้วไป 4.5 เมตร ทั้ง 3 ด้าน พร้อมทั้งสร้างระบบระบายน้ำ โดยให้ทางเทศบาลตำบลลาดหญ้าส่งวิศวกรเข้าตรวจสอบความมั่นคงโดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันหลังรับแจ้งหากเพิกเฉยให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับประเด็นสุดท้ายในเรื่องความเสียหายที่เกิดจากกระบวนการการถมดินมอบหมายให้โยธาธิการและผังเมืองร่วมกับเทศบาลตำบลลาดหญ้าส่งวิศวกรและช่างลงไปประมาณการความเสียหายของผู้ที่ได้รับผลกระทบร่วมกับยุติธรรมเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายโดยให้นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า ผู้ใหญ่บ้านลงไปพูดคุยกับผู้เสียหาย
ทั้งนี้ในส่วนของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่มีความช้านายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้มอบหมายนายธนณัฐฏ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่าทางระบบการทำงานของทางเรามีปัญหาในเรื่องการรายงานและการทำงาน ซึ่งจะไปตรวจสอบที่ตัวเจ้าหน้าที่พนักงานต่อไป
ด้านนางมธุรส คุ้มประสิทธิ์ ตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านของครัวภักดีที่ได้รับผลกระทบจากกรณีถมดินสูงท่วมหลังคาบ้าน เปิดใจทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกตื้นตันและขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญสื่อมวลชน เพราะภายในระยะเวลาที่สื่อออกข่าวเพียง 2 วันได้ข้อยุติในขณะที่ตนต่อสู้กับเรื่องนี้มาถึง 2 ปี ซึ่งตนเองเป็นคนที่เชื่อมั่นในความถูกต้องแต่ในความถูกต้องกว่าจะไปถึงทำไมมันยากนัก
นางมธุรส ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตนต้องการคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเมื่อดินซึ่งเป็นตัวปัญหาได้ขยับถอยออกไปแล้วตามกฎหมายตนรู้สึกพอใจ กลั้นน้ำตาไว้แทบไม่ไหวตั้งแต่มีมติในที่ประชุมข้อแรกเรื่องการถมดินแล้ว
ขณะที่นายวราการ เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ได้ประชุมเสร็จกลับไปจะเร่งดำเนินการที่ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งการลงไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการผิด พ.ร.บ.การถมดิน เรื่องการรื้อถอนต่างๆ จะเร่งดำเนินการและเร่งประสานเจ้าของที่ต่อไป ตนอาสาเข้ามาเป็นตัวแทนชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านมีเรื่องร้องทุกข์ก็จะรีบดำเนินการแก้ไขในทุกปัญหาให้ทันที

