๒๘ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๐๐ น. พลตรีวุฒิชัย นาควานิช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการฯ , ผู้บังคับการกรม ฯ นำกำลังพลกองพลทหารราบที่ ๙ ร่วมกิจกรรมเชิญธงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย และครบรอบ ๑๐๐ ปี ธงชาติไทย ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้าอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ด้วยรัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเชิญธงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทยและครบรอบ ๑๐๐ ปี ธงชาติไทย ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ณ ทำเนียบรัฐบาลและให้หน่วยงานภาครัฐ และกองทัพบกร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยพร้อมเพียงกัน ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วยการจัดกิจกรรมเชิญธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทย
ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ความเป็นไทยสูงสุดของชาติ ซึ่งประเทศไทยมีการใช้ธงชาติมานานนับร้อยปีโดยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา ดังนี้
๑.ธงพื้นแดงเกลี้ยง (สมัยอยุธยา- พ.ศ.๒๓๙๘) จากข้อมูลที่สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาราชานุภาพทรงบันทึกไว้ในเชิงอรรถแห่งหนึ่งของหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ ๒ จะเห็นได้ว่า ธงชาติไทยผืนแรกเป็นธงพื้นสีแดงเกลี้ยง ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์ในการติดต่อค้าขายทางเรือกับต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่โดยเริ่มใช้ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยากระทั่งถึงปี พ.ศ ๒๓๙๘
๒.ธงพื้นแดง มีรูปวงจักรสีขาวตรงกลางใช้ในปี (พ.ศ ๒๓๒๕-๒๓๖๐) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระราชดำริว่าเรือหลวงกับเรือราษฎรเป็นสีแดงเหมือนกัน จึงให้เพิ่มรูปจักรสีขาว อันเป็นเครื่องหมายแห่งพระ บรมราชจักรีวงศ์ ลงบนธงสีแดง ลงในพื้นธงสำหรับปักเรือหลวง และใช้ธงแบบนี้กระทั่งถึงปี ๒๓๖๐
๓. ธงพื้นแดง มีรูปช้างเผือกอยู่ข้างในวงจักรสีขาวตรงกลางใช้ในปี (พ.ศ ๒๓๖๐-๒๓๙๘ ) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ มีพระบรมราชโองการให้นำรูปช้างเผือกไปเพิ่มไว้ข้างในวงจักรสีขาวของเรือหลวงด้วยโดยใช้ธงนี้จนถึงปี ๒๓๙๘
๔.ธงพื้นแดง มีรูปช้างเผือกอยู่ตรงกลางหันหน้าเข้าหาเสาธงใช้ในปี (พ.ศ ๒๓๙๘-๒๔๕๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริว่าธงสีแดงที่เรือราษฎรใช้นั้นไม่เป็นที่สังเกตและเหมือนกับธงชาติอื่น จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปลี่ยนรูปแบบโดย นำเอาจักรสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดินออก และให้นำลูกช้างเผือกอยู่ตรงกลาง จึงเป็นธงชาติไทยนับแต่นั้น จนถึงรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
๕. ธงพื้นแดงมี รูปช้างเผือกเครื่องทรงยืนบนแท่นหันหน้าเข้าหาเสาธงอยู่ตรงกลาง (ธงราชการ) ใช้ในปี ๒๔๕๙ -๒๔๖๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริให้แก้ไขรูปช้างเผือกธรรมดาเป็นช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าหาเสาธงแทน และใช้ธงผืนนี้จนกระทั่งปี พ.ศ ๒๔๖๐
๖. ธงแดงขาว ๕ริ้ว (ในชื่อ “ธงค้าขาย” )ใช้ในปีพ.ศ ๒๔๕๙-๒๔๖๐ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปยังเมืองอุทัยธานีได้ทอดพระเนตรเห็นธงช้างที่ราษฎรติดไว้ กลับหัวจึงมีพระราชดำริว่าธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก นอกจากนี้ยังมีพระราชดำริว่าธงชาติทำยากซึ่งที่ทำขายตามท้องตลาดนั้นเป็นธงชาติที่ผลิตจากต่างประเทศและเป็นประเทศที่ไม่รู้จักช้าง รูปร่างของช้างที่ปรากฏจึงไม่น่าดู จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นำรูปช้างออกจากธงชาติ เปลี่ยนเป็นแถบยาวสีแดง๓ แถบสลับกับสีขาว ๒ แถบเรียกว่าธงแดงขาว ๕ ริ้ว
๗.ธงไตรรงค์ ใช้ในปีพ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เปลี่ยนแปลงธงชาติไทยอีกครั้งในปีพ.ศ.๒๔๖๐เพื่อเพิ่มความก้าวหน้า เนื่องจากเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร และต้องการให้ธงชาติไทยมีลักษณะคล้ายกับธงชาติของประเทศอื่นๆ ฉะนั้นธงชาติไทยจึงเปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีแถบสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน สีขาว และสีแดง เรียงกันลงไป โดยแถบสีแดงและสีขาวมีขนาดเท่ากัน ส่วนแถบสีน้ำเงินจะมีขนาดใหญ่กว่า สีทั้งสอง ๑ ส่วน
ลักษณะของธงชาติไทยในปัจจุบันโดยกำหนดไว้ว่าธงชาติมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๖ ส่วนยาว ๙ ส่วนด้านกว้างแบ่งเป็น ๕ แถบตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นสีน้ำเงินแก่กว้าง ๒ ส่วนต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ ๑ ส่วนและต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแทบสีแดงกว้างข้างละ๑ ส่วนอย่างที่เราเห็นธงไตรรงค์แห่งชาติไทยในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ ๒๘ กันยายน ของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย เพื่อระลึกถึงความเป็นมา ความสำคัญของธงชาติไทยและน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ที่พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย โดยเริ่มปีแรกในวันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐




