30 มี.ค.63 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ที่ บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี (หลังเก่า) นางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี และสมาชิกเหล่ากาชาด นำข้าวสารจำนวน 1,000 ถุง ข้าวกล่อง 1,000 กล่อง อาหารแห้ง 1,000 ชุด และหน้ากากอนามัย แจกให้กับประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีที่ประสบปัญหาการดำรงชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
สำหรับสิ่งของที่นำมาแจกในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ชุด ข้าวเหนียวหมู 150 กล่องและมาม่าจำนวน 7 ลัง จาก คุณลำใย สิริเวชชะพันธ์ รวมทั้งยังได้รับเงินสนับสนุนจากสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ด้วย
โดยมีมาตรการเข้มข้นในการตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางมารับสิ่งของอุปโภคโดยนำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ประจำจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายโดยผู้ที่เดินทางเข้ามาจะต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
หากตรวจพบจะให้ไปรับสิ่งของในจุดที่เหมาะสมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ อส.คอยอำนวยความสะดวกและควบคุมแถวให้ประชาชนที่มารับบริการโดยใช้หลักการ Social Distancing ให้ยืนห่างกัน 1-2 เมตร พร้อมแจกหน้ากากผ้า และแอลกอฮอล์ล้างมือ ก่อนเข้าไปรับสิ่งของเพื่อให้เกิดความมั่นใจและความปลอดภัยแก่ประชาชนทุกคน
ซึ่งผู้ที่เดินทางมารับสิ่งของนั้นส่วนหนึ่งเป็นผู้ได้รับคัดเลือก จากผู้นำชุมชน 27 ชุมชนชุมชนละ 20 ครัวเรือน ที่ เสนอชื่อมายังเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ว่าเป็นผู้มีความเดือดร้อน ยากไร้ พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน นอกจากนี้ยังมีผู้ประสบปัญหาการดำรงชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย
ด้าน ผู้นำชุมชนที่เป็นตัวแทนมารับของจากเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ออกสำรวจความต้องการความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยด่วน
ทางชุมชนจึงได้ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านออกสำรวจ และได้คัดเลือกจากผู้ที่เดือดร้อนเป็นอย่างมากก่อน ซึ่งการช่วยเหลือในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งอยากให้มีการช่วยเหลือต่อไป เนื่องจากมีผู้ได้รับความเดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ประชาชนที่มารับของต่างพอใจที่มีการช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนี้ได้รับความเดือดร้อน รายได้ลดลง ทำให้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการใช้จ่ายภายในครอบครัวอีกด้วย





