รองนายกรัฐมนตรีมอบค่าเวนคืนบางใหญ่-กาญจนบุรี พร้อมกดปุ่มรีสตาร์ทเดินเครื่องจักรดำเนินการก่อสร้างต่อทันที


รองนายกรัฐมนตรีมอบค่าเวนคืนบางใหญ่-กาญจนบุรี พร้อมกดปุ่มรีสตาร์ทเดินเครื่องจักรดำเนินการก่อสร้างต่อทันที ทั้งนี้ กรมทางหลวงจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปลายปี 2566 ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปยังภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปโดยสะดวก

18 ธ.ค. 62 ที่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณตอนที่ 20 ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน และตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณตอนที่ 20 ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง โดยมี นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสมเกียรติ วอนเพียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 5 ร่วมให้การต้อนรับ และประชาชนที่จะได้รับค่าเวนคืนทั้งหมด ประกอบไปด้วยจังหวัดกาญจนบุรี มี 689 ราย และจังหวัดราชบุรี มี 123 ราย


สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ได้เกิดปัญหาจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือการเวนคืนพื้นที่เพื่อใช้ก่อสร้าง เนื่องจากราคาที่ดินได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้งบประมาณบานปลาย บางช่วงจึงไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ โดยการก่อสร้างงานโยธาคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 25.08% เท่านั้น ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดประมาณ 56 % เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะรัฐมนตรี จึงได้อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มเติมอีก 12,032 ล้านบาท จากที่เคยอนุมัติให้แล้ว 5,420 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ใช้เวนคืนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท


สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มีผู้ถูกเวนคืนที่ดินและทรัพย์สินทั้งสิ้น 689 ราย วงเงินที่อนุมัติจ่าย 649,188,343 บาท มีผู้มาทำสัญญาแล้ว 619 ราย และรอทำสัญญา 70 ราย หลังจากจ่ายค่าเวนคืนเสร็จเรียบร้อย ผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างงานโยธาทั้ง 25 ตอน จะระดมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ทันที และ กรมทางหลวงได้ปรับแผนงานเร่งรัดก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2566

โดยจะทำคู่ขนานไปกับงานระบบ O&M (Operation & Maintenance) และจะสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปลายปี 2566 ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปยังภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปโดยสะดวก และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง

 

รวมทั้งการท่องเที่ยว รวดเร็ว ปลอดภัย คุ้มราคา ท้องถิ่นไทยก้าวหน้า คนไทยอยู่ดีมีสุข จะช่วยให้การเดินทาง จากบางใหญ่กาญจนบุรีใช้เวลาเพียง 48 นาที เปรียบเทียบกับการเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที อีกทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และยั่งยืน สืบไป


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จะดำเนินก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ในภูมิภาคให้ดีขึ้น สำหรับอนาคตของประเทศไทย ไม่เฉพาะเป็นการการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ตะวันตก มาภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร แต่เป็นประโยชน์กับประชาชนภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว ที่จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความ มั่นคง มั่งคั่ง ให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ต่อไปได้


จากนั้นได้ร่วมกันกดปุ่มรีสตาร์ท ในการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี โดยระดมเครื่องจักรเคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ทันที ซึ่งแผนงานการก่อสร้างได้เร่งรัดก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2566

Cr. สนง.ปชส.กาญจนบุรี

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Author: admin