21 มิ.ย.62 เวลา 11.00 น.นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมด้วยพล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.อ.มนตรี ธนาวรรณโอภาส เสนาธิการ กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาญจนบุรี มทบ.17 และชุดจับกุมร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดระหว่างห้วงวันที่ 11-20 มิถุนายน 2562 ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางร่วมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ตามนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.แผนบูรณาการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และรมว .กห.แผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติพุทธศักราช 2562 ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป)พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 6)
และแผนขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นรูปธรรม ของตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รอง ผบช.ภ. 7 ( ปส.) พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ. 7 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และกอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรีได้สนธิกำลังดำเนินตามแผนฯปราบปรามกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด กลุ่มผู้ผลิต ผู้ลำเลียง ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายสำคัญ
โดยได้กำหนดตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทุกช่องทางจนสามารถทำการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยสรุปผลการระดมปิดล้อมตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2562 การปิดล้อมตรวจค้น 30 เป้าหมาย
ผลการจับกุมรวมทุกข้อหา 154 ราย ผู้ต้องหา 157 คน ผลการจับกุม 5 ข้อหาสำคัญ 61 ราย ผู้ต้องหา 64 คน รวมของกลางทั้งหมดยาบ้า 12,915 เม็ด ยาไอซ์ 59 กิโลกรัม กับ 959.6 กรัม กัญชาแห้ง 456.7 กรัม กัญชาสด 1,973.8 กรัม รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คันรวมมูลค่ายึด/อายัดทรัพย์สินประมาณ 3 ล้านบาทเศษ
และมีผลการปฏิบัติการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 ราย รวมผู้ต้องหา 7 คนโดยรายที่ 1 จับกุมเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรีทำการจับกุมผู้ต้องหาคนที่ 1 และที่ 2 พร้อมของกลางยาบ้า 591 เม็ดยาไอซ์ 742.7 กรัม ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและตรวจยึดทรัพย์สินตามพ.ร.บ.มาตรการฯรถยนต์จำนวน 3 คันและจักรยานยนต์ 1 คันมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,500,000 บาท
เหตุเกิดท้องที่สภ.ท่าม่วง รายที่ 2 จับกุมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรีทำการจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมของกลางยาบ้า 2,000 เม็ดดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและตรวจยึดทรัพย์สินตามพ.ร.บ.มาตรการฯรถยนต์จำนวน 1 คันมูลค่า 300,000 บาทเหตุเกิดท้องที่ สภ. เมืองกาญจนบุรี รายที่ 3 เมื่อจับกุมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรีทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 8,000 เม็ด
ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายเหตุเกิดท้องที่ สภ. ท่าเรือ และรายที่ 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรีบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาเสพติดจากเพื่อนบ้านด้านอำเภอสังขละบุรีจึงได้กำชับสั่งการให้มีการตรวจเข้มยานพาหนะที่เข้าออกในพื้นที่และรอยต่อระหว่างพื้นที่จนกระทั่งวันที่ 20 มิถุนายน 2562 พบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คันวิ่งมาจากทางบ้านเจดีย์สามองค์จึงประสานให้จุดตรวจสะพานรันตีทำการตรวจค้นและจับกุมได้ผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย
ผู้ต้องหาคนที่ 1 พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติมาตรการฯรถยนต์ 1 คันมูลค่า 500,000 บาทและผู้ต้องหาคนที่ 2 พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 39 กิโลกรัม
ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติมาตรการฯรถยนต์ 1 คันมูลค่า 500,000 บาท โดยจับผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่จุดตรวจสะพานรันตี หมู่ที่ 1 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี รวมมูลค่าของกลางที่จับกุมได้ประมาณ 60 ล้านบาท
ทั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีจะดำเนินการแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดตรวจยึดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการเพื่อตัดวงจรการเงินกลุ่มนักค้ายาเสพติดให้สิ้นซาก







