จากกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกัน อำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกซึ่งเป็นสมาชิกอาสารักษาดินแดน จำนวน 2 คนและกลุ่มคนขับรถออฟโรด รวม12 คน ถูกจับกุมภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคขณะเข้าไปในป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค
พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก รวมทั้งซากส่วนขาของหมีขอ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ต่อมาจะขยายผลจับกุมนายตาต้า ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งเป็นผู้ลงมือยิงหมีขอ โดยนายตาต้าซัดทอดว่า ถูกนายอนุสรณ์ เรือนงาม และนายสกานต์ แก่งหลวง ซึ่งเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนสั่งให้ยิง ซึ่งหลังการจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 13 คน โดยยังมีผู้ต้องหาอีก1คน คือนายจิระ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ที่เป็นคนลงมือชำแหละหมีขอ และยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่นั้นนั้น
ล่าสุดเช้าวันนี้ 4 ธ.ค.2561 เวลาประมาณ10.00 น.ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.พูลศักดิ์ ประเสริฐเมธ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำสำนวนในคดีล่าหมีขอส่งให้กับอัยการ โดยมีนายทนง ตะภา อัยการจังหวัดกาญจนบุรีเป็นผู้รับสำนวนดังกล่าว พร้อมด้วยสมโภชน์ ลิ้มประยูรอธิบดีอัยการภาค 7 นายสุวิช ชูตระกูล รองอธิบดีอัยการภาค 7 นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมรับมอบสำนวนคดีในวันนี้
ด้านอธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่าในการพิจารณาคดีจะเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการจังหวัดตรวจสอบสำนวนว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ คาดว่าให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวน ซึ่งสำนวนคดีที่ส่งอัยการมีจำนวนกว่า 1,300 หน้า และในการพิจารณาคดีนั้นต้องสอดคล้องกันกับข้อกล่าวหาที่ทางตำรวจได้ตั้งไว้กับพยานหลักฐานที่มี ว่ามีความสอดคล้องกันหรือพ้องกันหรือไม่อย่างไร
ทางด้านพล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า สำหรับสำนวนที่ส่งอัยการในวันนี้มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งด้านพยานหลักฐาน รวมถึงผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ด้วย




