เจ้าหน้าที่บุกซุ่มกลางดึก สกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวรายใหญ่ หลังล่องเรือข้ามเขื่อนวชิราลงกรณหวังส่งกรุงเทพฯ-มาเลเซีย ตะลึงพบเยาวชน 16 ปีร่วมขับรถ

เมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และพล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับรายงานด่วนจากนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวข้ามเขื่อนวชิราลงกรณมาขึ้นฝั่งในพื้นที่ดังกล่าว 
จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135, สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ และ ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพบรถกระบะคอกคลุมผ้ายาง 3 คัน ขับตามกันมาบริเวณทางโค้งหนองพะแล จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่คนขับพยายามเร่งเครื่องหนีและทิ้งรถวิ่งเข้าป่า เจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายอวิรุทธ์ (ไอซ์) อายุ 25 ปี ชาว อ.ท่ามะกา (ตรวจพบปัสสาวะสีม่วง สารภาพเสพยาเคก่อนขับรถ) และนายศุภนันท์ (เยาวชน) อายุ 16 ปี ชาว อ.ทองผาภูมิ (ส่วนผู้ขับขี่อีก 1 ราย อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้)

จากการตรวจสอบภายในรถกระบะ 2 คันแรก พบแรงงานชาวเมียนมาทั้งชายและหญิงถูกอัดแน่นอยู่ท้ายรถรวม 114 คน ส่วนรถคันที่ 3 พบเป้สัมภาระส่วนตัวรวมกว่า 172 ใบ สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าเช่ารถมารับจ้างขนแรงงานมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างเพียงครั้งละไม่กี่พันบาท ขณะที่กลุ่มแรงงานเผยว่าต้องจ่ายค่านายหน้าสูงถึงคนละ 20,000–30,000 บาท เพื่อเดินทางไปทำงานในกรุงเทพฯ ระยอง และมาเลเซีย

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาและแรงงานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวการใหญ่และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาลงโทษต่อไป

น้ำริน พี่โด่ง : รายงาน
