ไม่เข็ดหลาบ! ตำรวจเมืองกาญจน์สกัดจับเก๋งวีออสต้องสงสัย พบหนุ่มวัย 33 ขนแรงงานสาวเมียนมาอัดแน่นมาเต็มคัน 9 ชีวิต สารภาพรับจ้างขนจากตะเข็บชายแดนบ้องตี้ ตรวจสอบพบใช้ป้ายทะเบียนปลอมและเป็นรถสวมซากเถื่อน แฉประวัติแสบเคยถูกจับติดคุกมาแล้ว 2 รอบ พ้นโทษออกมายังทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 3

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองกาญจนบุรี นำกำลังโดยให้พ.ต.ท.เมธี บัวซ้อน สว.จร สภ.เมืองกาญจนบุรี ควบคุมการฏิบัติ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ทศพล มีทรัพย์มาก รอง สว.จร.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี บูรณาการกำลังตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม บนถนนสายบายพาสเลี่ยงเมือง หมู่ 11 ต.ปากแพรก เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและแรงงานต่างด้าว

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน 4กพ-2569 กรุงเทพมหานคร มีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติจึงเรียกตรวจค้น พบ นายเทพสิทธิ์ อายุ 33 ปี ชาวกาญจนบุรี เป็นคนขับ ตรวจสอบภายในห้องโดยสารพบผู้หญิงชาวเมียนมานั่งเบียดอัดกันมาถึง 9 คน ทั้งหมดไม่มีเอกสารแสดงตน จึงควบคุมตัวมาสอบสวนโดยละเอียด

การสอบสวนเบื้องต้น นายเทพสิทธิ์ยอมรับว่าได้รับค่าจ้างหัวละ 3,000 บาท ให้ไปรับแรงงานทั้ง 9 คนจากช่องทางธรรมชาติ ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค เพื่อนำมาส่งในตัวเมืองกาญจนบุรี ตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้พบว่าเป็น “รถเถื่อน” เนื่องจากเลขตัวถังไม่ตรงกับแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งนายเทพสิทธิ์รับว่าซื้อต่อจากเพื่อนชาวเมียนมาในราคา 60,000 บาท และจัดทำป้ายทะเบียนปลอมให้ตรงกับรถที่มีการจดทะเบียนจริงเพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบ


เจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมในคดีขนแรงงานต่างด้าวมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกศาลสั่งจำคุก 4 เดือน ครั้งที่สองศาลสั่งจำคุก 3 เดือน แต่อยู่ระหว่างอุทธรณ์สู้คดี เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวกลับมาใช้รถเก๋งคันดังกล่าวลักลอบขนแรงงานไปแล้ว 2 ครั้ง และมาถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 3 ในวันนี้

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักแก่นายเทพสิทธิ์ ในความผิดฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวฯ และใช้เอกสารราชการปลอม ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 9 คน ถูกแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป
น้ำริน พี่โด่ง : รายงาน
