ยอมควักกระเป๋าจ่ายรายละ 2 หมื่น! กองกำลังสุรสีห์สนธิกำลังรวบ 43 แรงงานเมียนมาขณะกบดานกลางป่าสังขละบุรี สารภาพลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ หวังใช้ไทยเป็นทางผ่านมุ่งหน้าไปทำงานมาเลเซีย แต่สุดท้ายไม่รอดถูกรวบคาชายเขาบ้านยางขาว เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลล่าขบวนการนายหน้ากินหัวคิว

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 กองกำลังสุรสีห์ โดยหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เปิดปฏิบัติการซุ่มสกัดกลุ่มแรงงานเถื่อนกลางป่าลึกอำเภอสังขละบุรี จับกุมชาวเมียนมา 43 ราย พบประวัติยอมจ่ายค่านายหน้าสูงถึง 20,000 บาทต่อหัว เพื่อใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านมุ่งหน้าสู่ประเทศมาเลเซีย

พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และ พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยฯ บูรณาการกำลังร่วมกับ กองร้อย ตชด.ที่ 134, สภ.สังขละบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างเร่งด่วน

กระทั่งเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมได้ทำการลาดตระเวนซุ่มตรวจบริเวณชายเขา บ้านยางขาว หมู่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จนกระทั่งพบบุคคลต้องสงสัยกลุ่มใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ จึงเข้าทำการตรวจสอบพบเป็นกลุ่มแรงงานสัญชาติเมียนมา รวม 43 คน (ชาย 34 คน, หญิง 9 คน) ทั้งหมดไม่มีเอกสารประจำตัวและลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

จากการสอบสวนผ่านล่ามกลุ่มผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า เดินทางมาจากเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา และลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบ้านบ่อญี่ปุ่น โดยใช้การเดินเท้าลัดเลาะและเดินทางทางน้ำเพื่อเลี่ยงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ โดยเป้าหมายที่แท้จริงคือการเดินทางผ่านไทยเพื่อไปทำงานที่ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทั้งหมดตกลงจ่ายค่านายหน้าสูงถึง รายละ 20,000 บาท โดยจะจ่ายเงินเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว แต่กลับมาถูกรวบตัวได้เสียก่อน

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกำชับหน่วยงานความมั่นคงให้ขยายผลสืบสวนหาตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการกินหัวคิวแรงงานเถื่อนกลุ่มนี้มาลงโทษต่อไป

น้ำริน ไรทนิวส์ : รายงาน
