“ดร.นิยม”ประเดิมเมืองกาญจน์ “ศรีสวัสดิ์โมเดล”สางปมที่ดินวัดทับซ้อนของราชการ

ตั้งแต่เช้าวันที่ 13 มีนาคม 2568 “ดร.นิยม เวชกามา” หรือ “ดร.มหานิยม” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล) พร้อมผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะ เดินทางลงพื้นที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังเสียงชาวบ้านจากปัญหาการจัดสรรที่ดินให้ แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้

เนื่องจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อ้างสิทธิครอบครองพื้นที่ดังกล่าว โดยมี “พันเอก (พิเศษ) สุรินทร์ จันทร์เพียร” แกนนำคณะรับเรื่องราวร้องทุกข์ปัญหาที่ดินทำกิน แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี และใกล้เคียง พร้อมพระสงฆ์และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 80 รูป/คน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการทราบข้อเท็จจริง และจะเป็น “ศรีสวัสดิ์โมเดล” ในการบริหารจัดการกรณีปัญหาเอกสารสิทธิ์ ที่มีหลายวัดและชุมชนรอบวัดประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน

โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี “ดร.นิยม เวชกามา” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาวัดและที่พักสงฆ์ที่มีปัญหาในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านและวัด

พร้อมร่วมพูดคุยกับคณะสงฆ์และชาวบ้าน ที่ถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ประกาศพื้นที่ทับซ้อนที่ดินของประชาชนประมาณ 8 หมื่นกว่าไร่ ในอำเภอศรีสวัสดิ์มีที่ทับซ้อนวัด 33 แห่ง ทั้งจังหวัดกาญจนบุรี ทับซ้อนรวม 199 แห่ง โดยมี คณะสงฆ์ใน อำเภอศรีสวัสดิ์ “พันเอก(พิเศษ)สุรินทร์ จันทร์เพียร” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่รอให้ข้อมูลอย่างเต็มที่

ดร.นิยม เวชกามา กล่าวว่า ในฐานะตนเองรับอาสามาแก้ไขปัญหาให้กับคณะสงฆ์และชาวพุทธ รวมทั้งได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” และ “รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และพร้อมทั้งได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีให้มาดูแลเรื่องปัญหาวัดและที่พักสงฆ์ ที่มีปัญหาในการออกเอกสารสิทธิ์

วันนี้ตนเองพร้อมคณะจึงลงมาพื้นที่แห่งนี้ เพื่อมาดูข้อเท็จจริง ตามคำเชิญชวนของ พันเอก (พิเศษ) สุรินทร์ จันทร์เพียร ซึ่งปัจจุบันปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ รัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะปัญหาวัดและที่พักสงฆ์ รัฐบาลจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มี รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตนเองเป็นรองประธาน เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้จบไป โดยกำหนดกรอบทำงานไว้ 60 วัน แบ่งคณะทำงานออกเป็น 4 ชุด

“สำหรับวัดในประเทศไทยมีมากถึง 44,000 วัด อันนี้ยังไม่นับรวมที่พักสงฆ์อีกนับหมื่นแห่ง ตอนนี้มีปัญหาในการออกเอกสารสิทธิ์และการขออนุญาตการใช้ที่ดินรัฐกันมาก ปัญหานี้เรื้อรังมานาน สำนักงานพุทธฯรายงานที่ประชุมว่า เฉพาะวัดและที่พักสงฆ์ ยื่นขออนุญาตใช้ที่ดินแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่รัฐ ซึ่งมีทั้งที่ดิน ป่าสงวน เขตอุทยาน ราชพัสดุ ธนารักษ์ สปก. ที่ดินสาธารณประโยชน์ หรือแม้กระทั่งที่ดินรัฐประเภทอื่น ๆ มากถึง 10,665 แห่ง ขณะที่ยังไม่ได้ขออนุญาตอีก 1,402 แห่ง ซึ่งหลังจากรับฟังความคิดเห็น รับทราบสภาพปัญหาแล้ว จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาต่อไป” ดร.มหานิยม กล่าว

ด้าน พันเอก (พิเศษ) สุรินทร์ จันทร์เพียร ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า วันนี้ตนเองขอให้ ดร.นิยม เวชกามา ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรี รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ลงพื้นที่เพื่อมากราบคณะสงฆ์และชาวบ้าน เพื่อให้ทราบข้อมูลจริง พร้อมกับขอให้เป็นตัวกลางในการประสานให้รัฐบาลช่วยวัดและประชาชนที่เดือดร้อนจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ประกาศทับพื้นที่ทำมากินของชาวบ้าน หลังเกิดเหตุคดีบ้าน 3 หลังเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยการขีดเส้นแบ่งเขตใหม่โดยมิชอบ

“เรื่องต่อสู้กันมานาน ตอนนี้คดีฟ้องร้องอยู่ที่ ป.ป.ช.เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่มีการฟ้องร้องคดีบ้าน 3 หลังที่ระบุว่าเป็นของนักการเมืองท่านหนึ่ง ซึ่งความจริงมันอยู่นอกเขตอุทยานฯ หลังเกิดเหตุมีการแบ่งเขตอุทยานฯใหม่ เรื่องนี้สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยร้องเรียนต่อ สนช. และรัฐบาลมาแล้ว มีการประชุมปรึกษาหารือกัน ในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการเชิญอธิบดีต่าง ๆ มาร่วมประชุมถึง 9 กรมรวมทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการดูพิสูจน์แผนที่ เป็นเวลาถึง 3 เดือน ตอนนี้เอกสารมีพร้อมว่า การแบ่งเขตของกรมอุทยานแห่งชาติฯ กระทำโดยมิชอบ หลังเกิดคดีบ้าน 3 หลังวัด 10 กว่าวัดต้องยุบ ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เพราะการแบ่งเขตใหม่กินพื้นที่ไปกว่า 8 หมื่นไร่ วันนี้มาในฐานะตัวแทนของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้าน อยากให้ผู้มีอำนาจพิจารณาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนนี้ว่าการแบ่งเขตอุทยานออกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” พันเอก (พิเศษ) ดร.สุรินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ดังกล่าว ดร.มหานิยม และคณะทำงาน ได้รับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างละเอียดพร้อมลงดูพื้นที่จริง โดยมี พันเอก (พิเศษ) สุรินทร์ ให้คำชี้แจงเนื่องจากคลุกคลีต่อสู้และรับทราบปัญหามาตลอดหลายรัฐบาล โดยสมัยรัฐบาล “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” พันเอก (พิเศษ) สุรินทร์ เข้าพบ “นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานรัฐสภา และ “นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ” รองประธานรัฐสภา ร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่กรมอุทยานฯขยายแผนที่ทับซ้อนที่ดินที่ประชาชนได้รับจาก พรฎ 2529 จำนวน 81,062 ไร่ให้ทำมาหากิน จากกรณีสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คณะที่ 1 ลงพื้นที่ศึกษาหาข้อเท็จจริงคณะที่ 2 วิเคราะห์แผนทีโดยเชิญอธิบดี 9 กรมรวมทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งมหาวิทยาลัยตลอดจนผู้มีความรู้มาประชุมร่วมกัน ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อการดำเนินการทั้ง 2 คณะจบภารกิจได้เสนอเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ แต่งตั้งสรุปว่า แผนที่เดิมที่ออกตาม พรฎ 2529 นั้นอยู่ที่แนวตลิ่งทิศตะวันออก ที่แนวความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง 180 เมตร แต่ช่วงเวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากการรัฐประหาร

ต่อมา สมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พันเอก (พิเศษ) ดร.สุรินทร์ จันทร์เพียร ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้นำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนชาว อำเภอศรีสวัสดิ์ เข้าร้องเรียนอีก ต่อมา สนช. ได้ตั้งคณะทำงาน ลงพื้นที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ และจังหวัดกาญจนบุรี สำรวจศึกษาข้อเท็จจริง ได้สรุปว่า ดูตามเจตนารมณ์แบบแผนที่ ทั้ง 2 แปลงไม่ทับซ้อนกัน แต่ปัญหาข้อขัดแย้งก็ยังมีมาตลอด ทำให้ชาวบ้านและวัดได้รับความเดือดร้อนจนถึงปัจจุบัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Author: admin