ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นายพิเชษฐ เจริญพร อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านหนองสามพราน เผยถึงความก้าวหน้าของศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่บ้านหนองสามพราน

ที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 พร้อมนำเสนอในสิ่งที่ได้ทำซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกร โดยยึดแนวทางปฏิบัติตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

ผู้ใหญ่พิเชษฐ กล่าวว่า ก่อนจะมาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่บ้านหนองสามพราน เริ่มจากเดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นไร่อ้อยเก่าของผู้ใหญ่เอง และได้นำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 9 คิดริเริ่มเปลี่ยนแปลงแก้ไข จากการลดความเสี่ยงของอาชีพทำอ้อยอย่างเดียว มาทำเกษตรผสมผสาน

เกษตรทฤษฎีใหม่ ต้องเตรียมน้ำ ต้องเตรียมสวน ต้องเตรียมอะไรหลายอย่าง ทั้งด้านปศุสัตว์ ด้านประมง รวมๆอยู่ในนี้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ปี 2566 พืชผลทางด้านการเกษตรที่เราปลูกไปนั้น รวมทั้งทางด้านปศุสัตว์ ได้ให้ผลผลิตหลายรุ่นแล้ว


จึงอยากมานำเสนอให้เกษตรกรที่อยากจะทำเป็นตามแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้ตั้งใจทำจริงๆ มีความอดทน ก็จะได้ผลตอบแทนกลับมา อย่างศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่บ้านหนองสามพราน ได้ทำเกษตรแบบผสมผสาน

ปลูกพืชผลไว้หลายชนิดปัจจุบันตัวอย่างเช่น มะพร้าวน้ำหอมออกผลดี ได้ผลตอบแทน หรือส้มโอที่เริ่มติดลูก นอกจากนี้ยังมีมะม่วงที่ให้ผลผลิตและเก็บได้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

ยังมีพืชผลทางการเกษตรอีกหลายชนิดที่เริ่มทยอยออกผลผลิตให้ได้เก็บเกี่ยว ซึ่งผลผลิตทั้งหมดนี้เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากการทำการเกษตรทฤษฎีให้ทำให้เกษตรกรได้ผลตอบแทน มีรายได้ สร้างความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ผู้ใหญ่พิเชษฐ ยังมีแนวคิดที่จะส่งเสริมผลผลิตให้เป็นหน้าเป็นตาของศูนย์คือการปลูกไม้โตเร็ว อย่างไผ่ซางหม่นปัจจุบันเป็นพื้นที่หลักในศูนย์ฯแห่งนี้ พื้นที่ดำเนินการจริง 30 ไร่ แต่ปัจจุบันผู้ใหญ่พิเชษฐได้ขยายพื้นที่ไป ทั้งอ้อย ทั้งเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งพืช ไผ่ ไม้โตเร็ว รวมพื้นที่ตอนนี้ประมาณ 40 ไร่ เป็นการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
ผู้ใหญ่พิเชษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตต่อไปจะทำเป็นที่ศูนย์รวบรวมรับซื้อไม้ไผ่ เพื่อเป็นการต่อยอด เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่นี้

ซึ่งไม้ไผ่โตเร็วจะให้ผลตอบแทนระยะยาว เราปลูก 1 ปี 2 ปี 3 ปี พอปีที่ 4 เราสามารถตัดผลผลิตมาจำหน่ายได้ ก่อนหน้านั้นจะมีหน่อให้เราสามารถบริโภค หรือจำหน่ายได้ สร้างรายได้ให้กับเรา นี่คือความยั่งยืนของการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

สำหรับเกษตรกรที่อยากจะทำเกษตรทฤษฎีใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความขยัน มีความอด มีทุนพอสมควร ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ด้วยความขยัน ความอดทน หรือเราจะมีทุนน้อยก็ไม่เป็นไรแต่ค่อยๆ ทำตามแนวทางไป ค่อยๆเติม ค่อยๆแต่ง ค่อยๆปรับปรุง ทุกอย่างจะสมความปรารถนาของเกษตรกรที่ได้ทำ และจะมีผลตอบแทน เข้ามาอย่างไม่คาดคิด “ผู้ใหญ่พิเชษฐ” กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ-ข่าว : น้ำริน พี่โด่ง
