ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก เผย “กัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด” ไม่มีปัญหายินดีเดินตามโรดแมปที่รัฐบาลกำหนด แต่อย่านำเอากัญชาเป็นเครื่องมือทางการเมือง วอนพิจารณาในทุกด้าน ทุกมุม ทุกมิติ ไม่ใช่พิจารณาแค่คนบางกลุ่มที่มองว่ากัญชาเป็นพิษหรือกัญชาเป็นโทษ
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ที่ ศูนย์อภิบาลด้วยพืชสมุนไพรแห่งริเวอร์แคว ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบกับนายวิศารท์ พจประสาท ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก /ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์อภิบาลด้วยพืชสมุนไพรแห่งริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีโรงปลูกกัญชาประจำจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขสำหรับผู้ปลูกกัญชาทางการแพทย์เป็นรายที่ได้ใบอนุญาตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ตนยังเป็นประธานบริหารคลินิคกัญชาทางการแพทย์ ของจังหวัดกาญจนบุรี เผยว่า จากประเด็นในกรณีที่มีความคิดเห็นในหลากหลายกับกรณีของการนำกัญชาเข้าสู่ยาเสพติดจากการที่ได้ปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์ และปลดล็อคกัญชาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565ไปแล้ว และมีการพูดถึงกระแสของกัญชากันอย่างกว้างขวางว่า หากผู้ใดจะตั้งรัฐบาลใหม่จะนำกัญชากลับเข้าสู่เป็นยาเสพติด เหมือนเดิม ส่วนตัวในฐานะที่อยู่ในวงการของกัญชามากกว่า 4 ปี เราได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ เราร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข ให้ทำยารักษาโรคเพื่อการแพทย์ วันนี้ในมุมมองของผมเอง หากพิจารณาว่าการนำกัญชากลับไปสู่ยาเสพติดให้โทษประเภท 5

โดยส่วนตัวมองว่าไม่มีผลกระทบเพราะเราทำทางการแพทย์อยู่แล้ว แต่ผลกระทบอื่นๆที่ตามมาถามว่ามีไหมมีครับเนื่องจาก กว่าจะได้รับอนุญาตกว่าจะได้การตรวจกว่าจะผ่านขั้นตอนกระบวนการ ถ้ากระบวนการนี้ สามารถพิจารณาได้โดยเร็ว จากกองยาเสพติด หรือจาก อย. ถ้าทำให้เกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนอย่างพวกผม สามารถได้รับใบอนุญาตโดยเร็ว และสามารถผลิตได้ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบ แต่วันนี้ผลกระทบหลักๆของเกษตรกรที่ปลูกกัญชาก็คือเราปลูกมาแล้ว เราขายไม่ได้ เราจะควบคุมการลักลอบนำเข้ากัญชาจากต่างประเทศอย่างไร และการจะควบคุมให้ร้านกัญชาต่างๆในประเทศไทยหันมาใช้กัญชาที่ผลิตในประเทศไทยอย่างไร และจะใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างไร

นายวิศารท์ กล่าวต่อว่า กัญชาไม่ได้มีความผิด กัญชาไม่ได้เป็นตัวตั้งสำหรับการที่จะทำให้ทุกคนเกิดความไม่เข้าใจกัน แต่มองว่าถ้าเกมการเมืองนำกัญชาขึ้นมา แล้วให้กัญชาเป็นความผิดหรือโยนบาปให้กัญชา ผมมองว่าเนี่ยเป็นเรื่องที่ผิด เราในฐานะผู้ประกอบการผมลงทุนในการทำโรงปลูกกัญชาที่ดีที่สุด ผมใช้เงินไปทั้งหมดเป็นพันล้าน หากการดำเนินการต้องสิ้นสุดลงเกษตรกรทั้งหมดกว่า 3,500 วิสาหกิจชุมชนกว่าหมื่นคนต้องตกงานหรือทำงานต่อไปไม่ได้

รัฐบาลคิดว่าจะแก้ไขรัฐบาลก็ต้องหาทางเยียวยาและหาทางออกให้กับกลุ่มที่ทำถูกต้องด้วย ส่วนกลุ่มที่ทำผิด หรือกลุ่มที่พยายามลักลอบแสวงหาผลประโยชน์จากกัญชาก็ว่าไปตามขั้นตอน ว่าไปตามกระบวนการ แต่ส่วนของเราเองเนี่ยเรามุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำกัญชาทางการแพทย์ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุด เพื่อปากท้องพี่น้องประชาชนเพื่อการเข้าสู่พื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข กับการใช้สมุนไพรทางเลือกเพื่อให้เข้าสู่ระบบการรักษาที่ดีที่สุด เพราะทั่วโลกมีความจำเป็นที่จะใช้กัญชารักษาโรค

แต่ถ้าวันนี้ถ้าเรายังจะมาเถียงกันอยู่ว่ากัญชาไม่มีประโยชน์ต้องว่าเป็นกรณี ๆ ไป เช่น กัญชาไม่ได้ใช้สำหรับการแพทย์ กัญชาในเชิงนันทนาการ หรือในเชิงสันทนาการก็ว่ากันไปตามนั้น รัฐก็ต้องมีหน้าที่ควบคุม ก็ควบคุมไปแต่ที่สำคัญตอนนี้ รัฐควรจะต้องควบคุมการนำเข้าช่อดอก ที่ผิดกฎหมายควรจะต้อง จับ ปรับ หรือควรจะต้องตรวจตราให้มากกว่านี้ เกษตรกรไทยในปัจจุบันนี้ไม่สามารถขายกัญชาได้เลย แต่ส่วนการนำกัญชาเป็นยาเสพติดกลับไปเหมือนเดิม

ในฐานะผู้ประกอบการจะถือเป็นรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ได้ ที่มีกำลังผลิตมากที่สุดในประเทศไทย ก็อาจจะได้รับผลกระทบ ผลกระทบคือขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาอนุญาตหรือควบคุมเท่านั้นเอง ซึ่งเราไม่มีปัญหายินดีเดินตามโรดแมปที่รัฐบาลกำหนดอยู่แล้ว หากรัฐบาลใดก็ได้ที่เข้ามาบริหารประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ไม่อยากให้นำเอากัญชาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง อยากให้ประชาชนได้ใช้จริงแล้วก็ควบคุมในสิ่งที่มันไม่ดี ในด้านสังคม ในด้านอื่นๆ ก็ควบคุมกันไป แต่ส่วนตัวมองว่ากัญชาควรควบคุม

พร้อมวิงวอนฝากไปยังผู้ที่จะเป็นรัฐบาลต่อไปว่าวันนี้อุตสาหกรรมกัญชาในประเทศไทยไปไกลมากแล้วไปไกลถึงต่างประเทศแล้ว ทั่วโลกยอมรับแล้วว่า เราอนุญาตให้ปลูกกัญชาแต่มีการควบคุมสารสำคัญทั้งในด้านการแพทย์และทุกๆด้าน ดังนั้นถ้าเราจะถอยหลังกลับไปเป็นอย่างเดิมที่มีการถกเถียงกันอีกเนี่ยผมมองดูว่ามันเสียโอกาสสำหรับคนไทยและเสียโอกาสสำหรับระบบสาธารณสุขของไทย ดังนั้นวิงวอนว่าควรนำเอากฎหมายเดิมกลับมาพิจารณาเพื่อควบคุมให้มันได้ดีไปกว่านี้

และรวมถึงการที่จะพิจารณาอย่านำเอา ผลประโยชน์ของชาติหรือผลประโยชน์ของคนส่วนหนึ่ง ส่วนใดมาเพราะกัญชาไม่ใช่ผลประโยชน์ของใคร กัญชาเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนรวมถึงเกษตรกรไทยที่ศึกษาค้นคว้ากันมานานมากแล้ว และขอให้พิจารณาในทุกด้าน ทุกมุม ทุกมิติ ไม่ใช่พิจารณาแค่คนบางกลุ่มที่มองว่ากัญชาเป็นพิษหรือกัญชาเป็นโทษ
ภาพ-ข่าว : น้ำริน พี่โด่ง
