สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรีขับเคลื่อนงานศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศัตรูข้าวแก่เกษตรกร ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร
นายประสาน ปานคง เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมการบริหารจัดการศัตรูข้าว โดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งการถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ดำเนินการภายใต้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน หรือ ศจช. นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ซึ่งปัจจัยของกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรที่ช่วยให้การขับเคลื่อนงานประสบความสำเร็จได้นั้น

สืบเนื่องจากที่กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรเกิดจากปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตลอดกระบวนการเพาะปลูก เริ่มตั้งแต่การจัดการดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช การเตรียมพันธุ์ที่สะอาด เมล็ดพันธุ์มีคุณภาพ การควบคุม และป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน (IPM) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม โดยมีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเองผ่านแปลงเรียนรู้ ทดสอบ พิสูจน์ทราบด้วยตัวของเกษตรกรเอง จนเกิดความเชื่อมั่น ประมวลผลและตัดสินใจ แล้วนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นหรือสู่ชุมชนรอบข้าง โดยขับเคลื่อนในงานส่งเสริมการเกษตรผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นทีมวิทยากรพี่เลี้ยงช่วยอำนวยความสะดวก การจัดการการเรียนรู้ร่วมกันตลอดกระบวนการ

สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมการบริหารจัดการศัตรูข้าว เพื่อพัฒนาศักยภาพแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตามแนวทางโรงเรียนเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านการอารักขาพืชของสมาชิก ศจช. ผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร และเพื่อพัฒนา ศจช. ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืช สำหรับขยายผลกระบวนการโรงเรียนเกษตรสู่ ศจช. อื่น ๆ ต่อไป โดยมีอบรมถ่ายทอดความรู้โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรให้แก่เกษตรกร สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 10 ราย

มีระยะเวลาดำเนินการระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2566 โดยเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 5 ครั้ง ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก โดยเกษตรกรจะได้เรียนรู้ รวมกลุ่มทำการผลิต และฝึกปฏิบัติด้วยตนเองในแปลงนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ในการผลิตสารชีวภัณฑ์ และสารสกัดธรรมชาติในการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าวทดแทนการใช้สารเคมี รวมทั้งสำรวจและเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าวและให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าว เพื่อพัฒนาให้เป็น ศจช. ต้นแบบ ด้านการจัดการศัตรูพืชให้กับชุมชนชาวนาที่มีความเข้มแข็ง เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลอดจนมีระบบการผลิตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
การจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร มีการดำเนินการในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย การจัดทำปฏิทินการปลูกพืช การวิเคราะห์กลุ่มและข้อตกลงร่วมกันของกลุ่ม การเตรียมดินและการตรวจวิเคราะห์ดิน เรียนรู้ทดสอบเมล็ดพันธุ์ข้าว การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี การผลิตชีวภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน การผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา และผลิตขยายเชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส : BS เพื่อเตรียมความพร้อมในการหว่านข้าว การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและวัชพืชในนาข้าวเบื้องต้น การกำจัดข้าวปน การสำรวจแปลงนาข้าว การจำแนกแมลงและวิเคราะห์ระบบนิเวศในนาข้าว และการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน รวมถึงประเด็นการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ที่เกษตรกรสนใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

ประโยชน์ของกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร เกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ได้เท่าเทียมกัน มีโอกาสเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการผลิตที่ถูกต้องและเหมาะสมตลอดฤดูกาลเพาะปลูก สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการอบรมจะมีความรู้และทักษะในการคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหา โดยสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองตลอดฤดูการเพาะปลูก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น มีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์ ความชำนาญ และรู้จักการทำงานเป็นทีม และทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความร่วมมือและความเชื่อถือจากเกษตรกร ช่วยให้สามารถค้นหาวิทยากรเกษตรกรได้จากผู้ที่เข้ารับการอบรม 
สำหรับการดำเนินกิจกรรมโรงเรียนเกษตรกร จัดให้มีการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในพื้นที่ร่วมกันโดยใช้ข้อมูลของสมาชิกทุกคน ค้นหาสาเหตุของปัญหาโดยการทำปฏิทินการปลูกพืช (Crop calendar) ร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา เน้นการใช้หลักการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) จัดทำแปลงเรียนรู้ เพื่อมุ่งสู่การเห็นผลเชิงประจักษ์ ศึกษา ทดสอบจากการปฏิบัติจริงในแปลงเรียนรู้ โดยเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ สรุปผลโดยการพิจารณา เรื่อง ผลผลิต ลดต้นทุน ความปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรสิ่งแวดล้อม และรายได้ (ผลกำไร) ขยายผลสู่ชุมชน และเกษตรกรรายอื่น ๆ
