ช่วงสายวันนี้ 19 เมษายน 2561 เวลา 11.30 น. ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางเข้ายื่นฟ้องครูปรีชา ใคร่ครวญ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และนางพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการไต่สวนคำร้องฉุกเฉิน ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี
โดยนายษิทรา กล่าวว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เนื่องจากทางเรามีหลักฐานชัดเจนในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จของทั้งสามคน ในคดีแพ่งที่การไต่สวนในการขอฉุกเฉินให้อายัดเงินร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล พร้อมกล่าวว่าในส่วนพยานที่มีงอกเพิ่มขึ้นมา ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะหลักจริงๆอยู่ที่พยานที่เห็นเหตุการณ์หรือประจักษ์พยานซึ่งมีไม่กี่คน
พร้อมกล่าวต่อว่าสำหรับสำนวนที่ทางอัยการส่งคืนมายังปปช.นั้นก็เป็นดุลพินิจของอัยการ ส่วนคดีจะเร็วหรือช้าคงต้องวิงวอนให้ทางปปช.เร่งพิจารณาดำเนินการตรวจสอบให้เร็วขึ้นเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามความรู้สึกร้อยตำรวจโทจรูญ ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ร้อยตำรวจโทจรูญ กล่าวว่าถ้าสบายใจคงไม่สบายใจมากนัก เพราะเรื่องยังไม่จบ ส่วนพยานด้านครูปรีชาที่เพิ่มขึ้นมานั้น ก็กำลังมองหาอยู่เหมือนกันเพราะตั้งแต่ครั้งแรกก็ขอให้หาพยาน หลักฐาน กล้องวงจรปิด ออกมาแสดง แต่ก็ไม่เห็นมีใครนำออกมาสักอย่าง มาตอนนี้อ้างมีพยาน หลักฐาน เยอะแยะก็อยากจะเห็น อยากเจอเหมือนกัน
ก่อนเดินทางกลับ ทนายษิทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรื่องเบิกความเท็จทางคดีแพ่งมีอัตราโทษจำคุก 5ปี แต่ถ้าคดีอาญา หากว่ามีใครไปเบิกความเท็จ ก็จะมีอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นเป็น 7 ปี ซึ่งหากมีการเบิกความตามความเป็นจริงก็จะไม่มีการดำเนินคดี แต่ถ้าตรวจสอบแล้วให้การเท็จก็จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
