องคมนตรีตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จังหวัดกาญจนบุรี ชื่นชม เป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน “รับผิดชอบ มีน้ำใจ ใฝ่พอเพียง” นำไปสู่การปฏิบัติ

วันที่ 17 สิงหาคม 2565 ณ โรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย องคมนตรี รองประธานกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล และคณะร่วมตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลที่มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลให้การสนับสนุน ปี 2565

โดยมีนายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นพ.ชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี  นพ.ประวัติ  กิจธรรมกูลนิจ  รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี  นพ.ศานติ์ ศานติวรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ผู้บริหารและผู้ติดตามจากกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายสุขภาพ ร่วมให้การต้อนรับ

นับเป็นความภาคภูมิใจของโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามและเปิดอาคาร “ภูมิพัฒน์” เมื่อวันที่ ๑๔ ก.ย. ๒๕๖๓ เป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา จัดสร้างห้องนิทรรศการหลักทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ จัดนิทรรศการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมแปลงสาธิต ปลูกผักอินทรีย์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพาะเห็ด ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใกล้ๆอาคาร

และจัดนิทรรศการวันสำคัญ ๗ ครั้ง/ปี ให้ประชาชนเข้าชมและเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดูแลปัญหาสุขภาพของชุมชนโดยมีการดำเนินงานในรูปแบบ คณะกรรมการ พชอ.ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ได้รับเกียรติบัตรชื่นชม พชอ. ต้นแบบแห่งการเรียนรู้ของประเทศ และมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดประเด็นร่วมกันด้านสังคมและสาธารณสุข ได้แก่ ด้านยาเสพติด ด้านอาหารปลอดภัย การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ด้านการจัดการขยะ ด้านอุบัติเหตุจราจร และด้านโรคติดต่อสำคัญ

เน้นประเด็นโรคติดต่อโควิด-๑๙ และการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ซึ่งมีผลการดำเนินงานดังนี้ คัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยจากกลุ่มเสี่ยงทั้งเชิงรุกและเชิงรับให้ได้รับการตรวจหาเชื้อ จำนวน ๑๒,๐๒๐ คน พบผู้ติดเชื้อจำนวน ๔,๕๕๖ คนให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรค COVID-๑๙ ร่วมกับภาคีเครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียน จำนวน ๖,๔๒๖ คน ตั้งศูนย์พักคอย ๑๕ แห่ง ตามชุมชนของตนเอง มีผู้รับบริการรวม ๔๓๑ คน CI ๑๔๖ คน HI ๕๑๘ คน Cohort Ward จำนวน ๑,๐๕๔ คน

เสียชีวิต ๑๐ คน OP Self Isolation ๓,๔๖๔ คน จัดEMS รับ-ส่งผู้ป่วยเข้าระบบการรักษา ช่วยญาติในการประสานงานกับกู้ภัย และวัดในการจัดการรับ-ส่ง ศพผู้ป่วยโควิดทุกราย ให้บริการฉีดวัคซีนจำนวน ๑๗,๑๗๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๔๗ การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ ๔ ชมรม โรงเรียนผู้สูงอายุ ๒ แห่ง มีผู้เข้าเรียน ๓๐๐ คน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุดีขึ้น มีการติดตามเยี่ยมบ้าน เพื่อการดูแลต่อเนื่องร่วมกับเครือข่าย ๒๒๘ คน

มีการ ประเมินความพิการและออกหนังสือรับรอง ให้การดูแลผู้ป่วยแบบ ประคับประคองตามเกณฑ์มาตรฐาน ๑๒๘ คน ประสานงานกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดหาและปรับปรุงสภาพที่อยู่ให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย จัดหารถรับ-ส่งผู้ป่วย เป็นต้น

การดำเนินงานด้านระบบ Telemedicine มีการให้บริการทางการแพทย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Telemedicine) โดยใช้ ซอฟต์แวร์ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยในการคัดกรองโรคทางตา ระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทางไกล ตั้งแต่ ระดับรพ.สต. จนถึงศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โรคตา โรคผิวหนัง และพัฒนาการเด็ก

การดำเนินงานด้านศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงและศาสตร์พระราชา ร่วมกับการดาเนินงานโรงพยาบาลคุณธรรม ร่วมกัน กำหนดอัตลักษณ์ “รับผิดชอบ มีน้ำใจ ใฝ่พอเพียง”และนำไปสู่การปฏิบัติ อบรมโครงการร่วมสร้างคนดี โดยวิทยากรจาก มูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล เพื่อให้บุคลากรของโรงพยาบาลยึดเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตให้สมดุล ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ เพิ่มความสุขด้านการเงิน ได้รับการประเมินเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Author: admin