วันนี้ (8 พ.ย.60) เวลา 9.00 น.นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศ “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน” โดยมีนายอำนาจ ชูวงศ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 13 ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวรายงาน และผู้แทนหน่วยงานราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก ณ ห้องประชุมชั้น 5 โรงแรมราชศุภมิตร อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
จากการที่กรมชลประทานริเริ่มทำการศึกษา “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน”โดยมีสาเหตุมาจากพื้นที่ศึกษาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีจนถึงอ่าวไทย รวมทั้งจังหวัดชัยนาทที่ผ่านมา ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและยังมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ในแต่ละครั้งได้สร้างความเสียหายจำนวนมากซึ่งสาเหตุเดิมๆ มาจากปริมาณฝนที่ตกมีความแปรปรวน ในฤดูฝนมีปริมาณฝนมากในช่วงเวลาสั้นและต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยเฉพาะบริเวณอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้าอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีและอำเภอกำแพงแสน อำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐม และความแปรปรวนของปริมาณฝนยังก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง มีน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตรในบางพื้นที่เช่นอำเภอวัดสิงห์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอดอนเจดีย์ อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอห้วยกระเจา อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี
ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ กรมชลประทานไม่ได้เพิกเฉยได้ศึกษาหาแนวทางเพื่อบรรเทาปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม กรมชลประทานจึงเห็นควรว่าเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนให้ได้ผลตามที่คาดการณ์จะต้องทำการศึกษา “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน” ซึ่งผลจากการศึกษาโครงการนี้จะสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบครอบคลุมพื้นที่ถึง 9 จังหวัด 53 อำเภอและ 429 ตำบลประกอบด้วยจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรีจนถึงอ่าวไทยบริเวณจังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร
โดยจากการศึกษาโครงการ กรมชลประทานได้ผลที่น่าพอใจคือได้แผนบริหารจัดการน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบันทั้งในช่วงภาวะปกติ ภาวะปีน้ำน้อย ปีน้ำมาก ภาวะวิกฤต ทั้งภัยแล้งและอุทกภัย และได้แผนรวมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาและบรรเทาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ต้นน้ำฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน พร้อมทั้งแนวทางปรับปรุงโครงการชลประทานในพื้นที่ตอนบนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำและระบายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานทั้งในช่วงฤดูน้ำหลาก ฤดูแล้ง รวมทั้งปรับปรุงโครงการชลประทานให้มีความทันสมัย โดยจะนำร่องจำนวน 2 โครงการรคือโครงการ ดอนเจดีย์และกําแพงแสน อีกทั้งมีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของโครงข่ายระบบชลประทานให้พื้นที่ตอนล่างฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน (โครงการส่งน้ำฯนครปฐม นครชุม ราชบุรีฝั่งซ้าย และดําเนินสะดวก) ถึงบริเวณชายฝั่งทะเลรวมทั้งเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งโดยการปรับปรุง/ขุดลอกลำน้ำและก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเพื่อเก็บกักน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวทางปรับปรุงคลองสุนัขหอนให้มีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็นแก้มลิง รวบรวมปริมาณน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเล ลดผลกระทบจากการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้ามาในพื้นที่ชลประทานโดยการปรับปรุงแนวกันควบคุมน้ำทะเล พร้อมอาคารประกอบ และปรับปรุง/ก่อสร้างอาคารบริเวณปากคลอง และกลางคลองสุนัขหอนที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย
จากการดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคส่วนประชาชนซึ่งเป็นผู้ประสบภัยปัญหาอย่างแท้จริงดังนั้นจากผลการศึกษาในครั้งนี้ กรมชลประทานหวังว่าจะได้นำเสนอผลการศึกษาการป้องกัน และแนวทางในการแก้ปัญหาทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนตามความต้องการของประชาชน ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและทางสังคม
น้ำรินไรทนิวส์/รายงาน





