วันที่ 25 ธันวาคม2563 เวลา14.00 น. พลตำรวจตรี กษณะ แจ่มสว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วยพลตำรวจตรี วรณัน สุขเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
และทหาร ฉก.ลาดหญ้า ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดนที่13 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลงข่าวการป้องกันปราบปรามแรงงานต่างด้าว โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
พลตำรวจตรี กษณะ แจ่มสว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในประเทศไทย ระลอกที่ 2 และเริ่มกระจายวงกว้างในหลายจังหวัด สาเหตุส่วนหนึ่ง เนื่องมาจากการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวประเทศเพื่อนบ้าน ตำรวจภูธรภาค 7
โดย ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบปรามแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาโดยตลอด อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสกัดกั้น จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นหลัก เพื่อป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
สำหรับในส่วนของแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามกฎหมายนั้น ก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการทุกท่านช่วยกันเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เพื่อไม่ให้แรงต่างด้าวในความควบคุมของท่านเกิดการติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
ตำรวจภูธรภาค 7 โดยตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ จนนำไปสู่การจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งแต่เดือน เมษายน 2563 ถึงปัจจุบัน
รวมทั้งสิ้น 637 ราย จับกุมบุคคลผู้ให้ที่พักพิง หรือให้การช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 50 รายซึ่งจากผลการบูรณการกำลังดังกล่าวนำไปสู่การขยายผลจับกุมการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ได้ของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนักรวม 77 กิโลกรัม ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 1,385 กิโลกรัม และเคตามีน น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม
พลตำรวจตรี กษณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้าราชการตำรวจยศ พันตำรวจเอก จำนวน 1 ราย ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งปรับย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ จำนวน 1ราย ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
และมีมูลกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้พักราชการไปแล้ว ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 3 นาย ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมูลกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งปรับย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว
พลตำรวจตรี กษณะ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเป็นอย่างยิ่ง ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ จนทำให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิต ทหารชุด ฉก.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค
ได้ประสานงานบูรณาการกันจนทำการจับกุมผู้ต้องหานำบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี พร้อมของกลางจำนวน 4,000 ซอง บริเวณป่าบ้องตี้บน หมู่ที่ 1 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และทำการขยายผลจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ผู้ต้องหารวม 9 ราย
หากประชาชนท่านใดพบเห็น หรือทราบเบาะแสการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ขอให้ท่านโปรดแจ้งเบาะแส ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกันปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ในปัจจุบัน พลตำรวจตรี กษณะ กล่าวในตอนท้าย










