6 ธันวาคม 2563 เวลา 05.30 น.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเป็นประธานเปิดงาน“เดิน-วิ่ง 999 ” สืบสานพระราชปณิธาน “พ่อ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
โดยมีนายจิรศักดิ์ พรหมชนะ ปลัดเทศบาลเมืองปากแพรก ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีเมืองปากแพรก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี
ดร.ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ผศ.จรายุทธ ประทีปวรกาญจน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี คุณปราณปิยา อมรชัยยาพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี
คุณณัฐรินทร์ พงษ์วิทยภานุ ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาลฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลปากแพรก ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักกีฬา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ณ บริเวณเขากระจาย (หน้าอาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ) เทศบาลเมืองปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
นายจิรศักดิ์ พรหมชนะ ปลัดเทศบาลเมืองปากแพรก ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีเมืองปากแพรก กล่าวว่า ของเทศบาลเมืองปากแพรกเนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา ในวันที่ 5 ธันวาคม ถือเป็นวันที่มีความสำคัญของประชาชนชาวไทย
เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันพ่อแห่งชาติถึงแม้ในปัจจุบันพระองค์ท่านได้เสด็จสวรรคตแล้วก็ตาม แต่พระมหากรุณาธิคุณ
ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยนั้นมีมากมายเหลือคนานับ ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยความรักความเมตตาและทรงมีพระราชกรณียกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาตินานับประการซึ่งกล่าวได้ว่า ธ สถิตในดวงใจคนไทยทั้งชาติ
ดังนั้น เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยทุกคนเทศบาลเมืองปากแพรก จึงได้จัดโครงการ “เดิน-วิ่ง 999 ” สืบสานพระราชปณิธาน“พ่อ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งเพื่อเป็นการรวมพลังแสดงถึงความรักและความสามัคคีของประชาชนชาวไทย
ที่มีต่อพระองค์ท่าน และเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการสืบสานพระราชปณิธาน “พ่อ” โดยกิจกรรม “เดิน-วิ่ง” ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 5 กิโลเมตร , 10 กิโลเมตร และ 18 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 1,600 คน











