๒๙ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น.พ.อ.บรรยง ทองน่วม รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากรมทหารราบที่ ๒๙
โดยมีพ.อ. วินิจ สว่างเนตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๒๙ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ แม้นเดช นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พ.อ.กานต์นาท นิกรยานนท์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองผู้บัญชากองพลทหารราบที่ ๑๑ ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับการหน่วย เสนาธิการ ฯ
นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส. เขต 2 กาญจนบุรีพรรคพลังประชารัฐ นายชูชาติ เสือส่าน นายกอบต.ลาดหญ้า นายวิษณุ บุญญรัตน์ นายกทต.ท่ามะขาม ส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี ณ กองบังคับการกรมทหารราบที่ ๒๙ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ปีพุทธศักราช 2531 กรมทหารราบที่ 29 ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยการแปรสภาพจากกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 9 และได้รับการปรับอัตราการจัดหน่วยให้เป็นกรมทหารราบเบาในปีพุทธศักราช 2541
โดยตลอดระยะเวลากว่า 31 ปีกรมทหารราบที่ 29 ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่องโดยในปี งบประมาณ 2562 กรมทหารราบที่ 29 ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งกำลังเข้าปฏิบัติภารกิจที่สำคัญดังนี้
รับผิดชอบแนวชายแดนจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี จัดกำลังพลเข้ารับการฝึกผสมภายใต้รหัสการฝึก “หนุมานการ์เดียน 2020 -2 กับ พล.ร.25 กองทัพบกสหรัฐ” ณ กรมทหารราบที่ 29 จัดกำลังพลปฏิบัติภารกิจหมวด
ระวังป้องกันกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจกองกำลังรักษาสันติภาพ ณ South Sudan จัดกำลังพลกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยพร้อมยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่รับผิดชอบในนามศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมทหารราบที่
กรมทหารราบที่ 29 ภายใต้การบังคับบัญชาของ พันเอก วินิจ สว่างเนตรผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ท่านปัจจุบัน ที่นอกจากจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในทุกมิติแล้ว
ยังได้ให้ความเร่งด่วนในเรื่องของการดูแลสวัสดิการของกำลังพลชั้นผู้น้อยและครอบครัวมาโดยตลอด เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับกำลังพล นำพาให้กรมทหารราบที่ 29
ตอบสนองภารกิจเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยตลอดระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมากรมทหารราบที่ 29 ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถและพร้อมก้าวสู่ปีที่ 33 อย่างเต็มภาคภูมิ
“เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน”












