
24 สิงหาคม 2563 เวลา 12.30 น. นายนรินทร์ ทรงนิพิฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รองผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี (ปส.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเศรษฐ์ สุขนพกิจ ผกก.สภ.สังขละบุรี
กอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี มทบ.17 ผบ.กกล.รส.มทบ.17 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ สภ.สังขละบุรีโดยได้สนธิกำลัง
ดำเนินตามแผนฯ ปราบปรามทำลายเครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน ซึ่งได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารายใหญ่และของกลางจำนวนมาก

สืบเนื่องจากการจับกุมผู้กระทำผิดยาเสพติดก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับข้อมูลจากสายลับว่า มีบุคคลใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นทอง ลักษณะที่สังเกตจะใช้แผ่นป้ายทะเบียนสภาพเก่า
มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากบ้านพระเจดีย์สามองค์ไปจำหน่ายในพื้นที่ตอนใน จึงได้มีการวางแผนการสั่งการโดยให้เพิ่มความเข้มในการสืบสวนหาข่าวและการตรวจยานพาหนะต่างๆตามจุดสกัด
ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกระทั่งวันที่ 23 ส.ค.63 เวลาประมาณ 13.30 น.ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบรถยนต์ต้องสงสัยมีลักษณะตรงกันกับที่ได้ข้อมูลในเบื้องต้น จึงประสานจุดตรวจน้ำเกิ๊กเพื่อทราบ
ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์น หมายเลขทะเบียนตน 4483 กรุงเทพมหานคร ขับมาจากบ้านพระเจดีย์สามองค์มุ่งหน้า อ.สังขละบุรี จึงเรียกทำการตรวจสอบผู้ขับขี่
(นายเชน สีจัน ทราบชื่อภายหลัง) มีท่าทางพิรุธจะทำการหลบหนีจึงได้เข้าทำการควบคุมตัวและตรวจค้นรถยนต์ ผลการตรวจค้นรถยนต์ พบไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ที่ช่องกระจกส่องข้างด้านขวา จำนวน 6.7 กรัม และ ยาบ้าจำนวน 70 มัด(140,000 เม็ด) ซุกซ่อนตามจุดต่างๆภายในรถยนต์คันดังกล่าว

จากนั้นได้ควบคุมตัว นายเชน
สีจัน ผู้ต้องหา ไปทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 109 ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี พบยาบ้าอีกจำนวน1,800 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บนหลังตู้เก็บของภายในบ้าน จึงทำการจับกุม นายเชน สีจัน ดำเนินคดีในข้อหา”มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้า,ไอซ์)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย” จากการสอบสวน นายเชนฯ (ผู้ต้องหา ) ยอมรับว่า
ได้รับการว่าจ้างจากหญิงชาวเมียนมา ชื่อ “ป้ากะ” เป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท ให้นำยาบ้า (140,000 เม็ด)ไปส่งในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จนนำมาสู่การถูกจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบในตัวบุคคลของหญิงชาวเมียนมา ที่ชื่อ ” ป้ากะ”ต่อไป







